Hosting หรือเว็บโฮสติ้ง คือผู้ให้บริการ Server ซึ่งเป็นพื้นที่เว็บไซต์บนอินเทอร์เน็ต โดยเจ้าของเว็บไซต์จะต้องนำไฟล์และข้อมูล Database มาฝากไว้เพื่อให้เว็บสามารถออนไลน์ได้ตลอดเวลา

ในส่วนของผู้ให้บริการนั้น จะคอยทำหน้าที่ Support ดูแลเซิฟเวอร์ ช่วยเหลือแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับเว็บไซต์ของเรา รวมทั้งบริหารจัดการการทำงานของ Server เพื่อให้สามารถทำงานได้อย่างราบรื่น เนื่องจากเซิฟเวอร์ทั่วไป 1 เครื่องจะต้องทำหน้าที่จัดเก็บข้อมูลเว็บไซต์ไว้เป็นจำนวนมาก ดังนั้นหากมี 1 เว็บไซต์ที่เกิดปัญหาก็จะทำให้กระทบกับเว็บไซต์อื่นๆ ที่อยู่ในเซิฟเวอร์เดียวกันได้นั่นเอง

ชี้เป้าแพ็กเกจ Hosting เลือกใช้แบบไหนถึงจะเหมาะสมและคุ้มค่า เข้าใจง่ายมาก

Hosting มีหลายแพ็กเกจ จะเลือกใช้อันไหนดี?

โฮสติ้งจะมีให้เลือกใช้งาน 2 ระบบปฏิบัติการคือ Windows กับ Linux ซึ่งมีความแตกต่างกัน เช่น การบริหารจัดการทรัพยากร และรองรับภาษาที่ใช้เขียนเว็บไซต์แตกต่างกัน ดังนั้นเจ้าของเว็บไซต์จำเป็นต้องรู้ข้อมูลเบื้องต้นของเว็บไซต์ หรือมีโปรแกรมเมอร์เข้ามาช่วยดูแลจัดการเว็บไซต์

 

ความเหมาะสมสำหรับการใช้งานแต่ละแพ็กเกจของโฮสติ้ง

1. Hosting ทั่วไป คือเครื่อง Server 1 เครื่อง ซึ่งทำหน้าที่เก็บข้อมูลเว็บไซต์ไว้เป็นจำนวนมาก เหมาะสำหรับเว็บไซต์ที่มีขนาดเล็ก ใช้พื้นที่น้อย ใช้งานไม่บ่อยนัก และมีราคาถูกมาก แพ็กเกจนี้จึงเป็นที่นิยมและได้รับการใช้งานมากที่สุด

2. OpenSource ยกตัวอย่างเช่น WordPress, Joomla, OpenCart ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์ที่เปิดเผย source code ของโปรแกรมที่สามารถแก้ไขหรือดัดแปลงได้ เหมาะสำหรับใช้งานบนระบบปฏิบัติการ Linux การใช้งานสำหรับแพ็กเกจนี้กำลังได้รับความนิยมสูงขึ้น เนื่องจาก WordPress ถูกนำมาใช้สำหรับการทำ SEO มากขึ้น และ OpenSource ส่วนใหญ่มีระบบหลังบ้านที่สามารถบริการจัดการได้อย่างงายดาย

3. Email เป็นแพ็คเกจที่เหมาะสำหรับธุรกิจขนาดกลางขึ้นไป เนื่องจากเป็นแพ็กเกจที่เน้นเฉพาะการรับ-ส่งอีเมลเป็นสำคัญ มีการรับส่งอีเมลเป็นจำนวนมาก หรือไฟล์งานที่ส่งมีขนาดใหญ่ ซึ่งแพ็กเกจนี้สามารถใช้งานได้ 2 แบบ คือใช้พื้นที่แยกจากเว็บไซต์ หรือใช้ร่วมกับพื้นที่ของเว็บไซต์

4. Cloud Server ด้วยการรวมการทำงานของเครื่อง Server หลายเครื่อง ทำให้สามารถประมวลผลได้อย่างรวดเร็วมากกว่าเครื่อง Server ทั่วไป ซึ่งจุดเด่นของแพ็กเกจ Cloud คือหากเครื่องเซิฟเวอร์เครื่องใดเกิดความเสียหาย หรือมีข้อผิดพลาด ระบบจะทำการประมวลผลและเปลี่ยนไปใช้งานเครื่องอื่นแทนทันที ดังนั้นแพ็กเกจนี้จึงเหมาะสำหรับเว็บไซต์ที่สร้างรายได้ผ่านเว็บไซต์เป็นหลัก หรือต้องการออนไลน์ตลอด 24 ชั่วโมงอย่างมั่นคง เพราะมีโอกาสที่เว็บจะหยุดการทำงานน้อยมากที่สุด หากนำมาเทียบกับแพ็กเกจอื่นๆ

อีกข้อดีของแพ็กเกจนี้ก็คือ เว็บไซต์ของเราจะได้รับความเป็นส่วนตัวมากกว่าแพ็กเกจ โฮสติ้งทั่วไป ซึ่งโฮสทั่วไปเสี่ยงต่อการได้รับผลกระทบจากเจ้าของเว็บไซต์รายอื่นๆ เช่น Spam หรือ Virus

Hosting มีหลายแพ็กเกจ จะเลือกใช้อันไหนดี?

นอกจากการเลือกแพ็กเกจแล้ว เราสามารถเลือกใช้บริการได้จาก เว็บโฮสติ้งที่มีความน่าเชื่อถือ มีตัวตนจริง สามารถติดต่อได้ตลอด 24 ชั่วโมง มีมาตรฐานในการดูแลลูกค้า มีการรับประกัน และใช้งานซอฟต์แวร์ที่มีลิขสิทธิ์ เป็นต้น