รัฐสกัดเว็บะละเมิดลิขสิทธิ์ ให้ผู้เสียหายแจ้งเบาะแส 2 ช่องทาง ก่อนสั่งปิด

รัฐสกัดเว็บะละเมิดลิขสิทธิ์ ให้ผู้เสียหายแจ้งเบาะแส 2 ช่องทาง ก่อนสั่งปิด

            อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กล่าวถึงแนวทางแก้ไขปัญหาเว็บไซด์ละเมิดลิขสิทธิ์ว่า ล่าสุดได้ผสานงานกับหน่วยงานจากภาครัฐ เพื่อร่วมมือกันแก้ไขปัญหาด้วยความใกล้ชิด โดยขณะนี้มี 2 ช่องทางให้เจ้าของสิทธิ์สามารถแจ้งปัญหาการละเมิดได้

คือแจ้งผ่านศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ และระงับห้ามมิให้เผยแพร่การละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา หรือความผิดอื่น ๆ ทางออนไลน์ (COPTICS)โดยมีสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบหลัก ซึ่งดำเนินการภายใต้ พ.ร.บ คอมพิวเตอร์

หากพบว่ามีการละเมิดลิขสิทธิ์จริง เจ้าหน้าที่จะจัดการอย่างรวดเร็ว

การแจ้งปัญหาการละเมิดลิขสิทธิ์ผ่าน COPTICS นั้น ให้ผู้ร้องเรียนแจ้งเรื่องไปยังศูนย์ฯได้ทันที เมื่อเจ้าหน้าที่นำมาพิจารณาแล้วพบว่ามีเกิดการละเมิดจริง ก็จะดำเนินการส่งเรื่องไปยัง กสทช.ต่อไป เพื่ออาศัยอำนาจของ กสทช. แจ้งต่อไปยังผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ต (ISP) ให้นำเว็บไซต์ที่ทำการละเมิดออกโดยขั้นตอนทั้งหมดนั้น จะดำเนินการอย่างรวดเร็วภายในระยะเวลา 2-3 วัน ซึ่งขณะนี้ ได้สั่งการให้ปิดเว็บไซด์ไปแล้วจำนวน 34 เว็บ หรือ 1,080 URL

ส่วนการแจ้งผ่านกรมทรัพย์สินทางปัญหา ผู้ร้องเรียนก็สามารถดำเนินการได้ โดยให้แจ้งมาว่า พบเห็นเว็บไซด์ใดที่ทำการละเมิด ไม่ว่าจะเป็นเพลง ภาพยนตร์ และอื่น ๆ ซึ่งทางกรมฯ จะประสานงานส่งเรื่องต่อไปยังกระทรวงดิจิทัล เพื่อเศรฐกิจและสังคม (ดีอี) เพื่อให้พิจารณาความผิดต่อไป หากตรวจสอบพบว่ามีการกระทำผิดจริง ก็จะดำเนินการส่งเรื่องต่อไปยังศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง ให้พิจารณาสั่งระงับ หรือปิดกั้นเว็บไซด์ โดยขณะนี้มีคำสั่งให้ปิดเว็บไซด์ไปแล้ว 37 คำสั่ง หรือ 953 URL

ความผิดโทษฐานละเมิดลิขสิทธิ์ อาจมีความผิดโทษฐานการฟอกเงินควบคู่ด้วย

ทังนี้ ทางกรมยังได้ประสานกับหน่วยงานพันธมิตรในการจับกุมผู้ละเมิดลิขสิทธิ์อย่างเต็มที่ หากตรวจสอบพว่ามีความผิด ก็จะดำเนินการจับกุมตัวมาดำเนินคดีทันที โดยที่ผ่านมาก็ได้จับกุม ยึดคอมพิวเตอร์และเซิร์ฟเวอร์ที่ทำการละเมิดได้อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ยังมีการเสนอให้ใช้กฎหมายฟอกเงินสำหรับดำเนินคดีกับผู้ละเมิดด้วยเช่นกัน เนื่องจากความผิดโทษฐานการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญานั้น ถือว่ามีความผิดฐานฟอกเงินด้วยเช่นกัน เพื่อให้ตามอายัดทรัพย์ของผู้ละเมิด รวมถึงมีการส่งให้ส่งเรื่องต่อให้กรมสรรพากรเพื่อดำเนินการสอบด้วย

ขณะเดียวกัน กรมฯก็ยังอยู่ในระหว่างการจัดทำโครงการ พัฒนาระบบการแจ้งและรับแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์ในรูปแบบไร้กระดาษ เพื่อให้เกิดความสะดวกต่อการรับแจ้งข้อมูลต่าง ๆ จากผู้ที่คิดค้นงาน อาทิ ภาพยนตร์ เพลง ภาพวาด ภาพถ่าย หนังสือ วรรณกรรม เป็นต้น

โดยคาดว่าทุกอย่างจะแล้วเสร็จภายในปีน้ จากนั้น กรมฯจะนำข้อมูลที่ได้รับแจ้งมา ไปเชื่อมโยงเข้ากับสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) หรือเอ็ตด้า ทีมีโปรแกรมชื่อว่า “ไอแมงมุม” สำหรับใช้ตรวจจับการละเมิด ซึ่งขณะนี้ได้เริ่มต้นดำเนินการกับภาพยนตร์แล้ว ด้วยการปล่อบไอแมงมุมเข้าสู่ระบบ จากนั้นโปรแกรมก็จะทำงานตรวจจับว่ามีเว็บไซด์ใดบ้างมีภาพยนตร์ที่กระการละเมิด หากตรวจสอบพบก็จะแจ้งกลับเข้ามา เพื่อให้ดำเนินงานได้ทันที.

ขอขอบคุณผู้สนับสนุนบทความ https://idgthailand.com/เครื่องหมายการค้าvsลิขสิ/